วิทยุสื่อสาร 22ช่อง วิทยุสื่อสาร (Walkie Talkie)

Walkie Talkie

Walkie Talkie  เครื่องส่งรับวิทยุ 3 KM Range 22 Channel 0.5w

วิทยุสื่อสาร (Walkie Talkie) รุ่นประหยัด แต่คุณภาพเกินราคา สามารถรับส่งสัญญาณระหว่างเครื่องได้ไกลถึง 1-3 กิโลเมตร เหมาะใช้ในงานที่ต้องติดต่อสื่อสารระหว่างกันในพื้นที่อับสัญญาณมือถือหรือสัญญาณมือถือเข้าไม่ถึง ใช้ได้ดีในงานก่อสร้าง ที่ต้องสื่อสารสั่งงานอยู่ตลอดเวลา หรือแม้กระทั่งใช้ติดต่อสื่อสารกันระหว่างกลุ่มเพื่อนกับทริปตั้งแคมป์ในป่า และในตัวเครื่องยังมีไฟฉายในตัว ให้แสงสว่างยามฉุกเฉินได้อีกด้วย

walkie talkie T-388

– ระยะรับส่งสัญญาณ 1-3 กิโลเมตร
– ช่องสัญญาณ 22 ช่อง
– สแกนหาคลื่นสัญญาณอัตโนมัติ
– แสดงผลด้วยหน้าจอ LCD
– ปรับระดับเสียงได้ 8 ระดับ
– มีไฟฉายในตัว
– ใช้ความถี่ 462-467MHz
– ใช้แบตเตอรี่ AAA 4ก้อน

Walkie Talkie

– Frequency range : 462-467MHz.
– Channel : 22
– Output Power : 0.5 watts
– Dimensions : 145*55*35MM
– Type : handhold
– Talk Range : 3 KM
– Color : Black
– Display : LCD
– Net Weight: 172 g

การทดสอบ เครื่องตรวจจับควัน

การทดสอบ เครื่องตรวจจับควัน

วิธี ทดสอบ เครื่องตรวจจับควัน ที่ง่ายที่สุด เพียงแต่ กดปุ่ม ทดสอบ หากมีเสียง ก็ใช้ใด้

การทดสอบ เครื่องตรวจจับควัน ทีติดตั้งแล้ว ที่ถูกต้อง ควรต้องควบคุมปริมาณควันใด้

กระป๋องสเปรย์ที่ทดสอบจะอยู่ในฝาครอบอีกที โดยฝาครอบนี้ นำไปครอบเครื่องตรวจควัน แล้วทดสอบ

ตัวอย่าง การทดสอบที่ถูกต้อง ตามคลิปนี้

สเปรย์ มีลักษณะตามคลิปนี้

การทดสอบแบบไม่ใช้อุปกรณ์คลุม จะสิ้นเปลืองสเปรย์ ทำให้หมดเร็ว

สำหรับ ควันธูปไม่เหมาะในการนำมาทดสอบครับ ยากที่จะควบคุมความหนาแน่นของควัน เพื่อให้อุปกรณ์ตวรจจับทำงาน

แบบสเปรย์ที่มีฝาครอบจะเหมาะสมกว่า

ควันธูปมีส่วนผสมของเขม่าคาร์บอน หากใช้แล้วทำความสะอาดไม่ดีพอ อาจจะทำความเสียหายให้อุปกรณ์ได้

หากต้องการทดสอบด้วยควันจริง และประหยัดเงิน สามารถประยุกต์ ใช้วิธีตามนี้ใด้

นำท่อ PVC ขนาด 4 นิ้ว มาตัดยาว ประมาณ 50 เซ็นต์
เอาเครื่องตรวจจับควัน ใส่ปลายท่อด้านหนึ่ง โดยหันด้านรับควันเข้าด้านใน
เอาเศษกระดาษขยุ้มใส่ปลาย อีกด้านหนึ่ง แล้วจุดไฟ
พอเชื้อเพลิงติดไฟแล้ว ให้หาอะไรก็ใด้ปิดปลายด้านนี้ไว้ เพื่อบังคับควันให้ออกทางเดียว ไปทางเครื่องตรวจจับควัน
รอสักพัก เครื่องจะทำงาน

เช่นเดียวควันธูป การเผากระดาษ มีส่วนผสมของเขม่าคาร์บอน หากใช้แล้วทำความสะอาดไม่ดีพอ อาจจะทำความเสียหายให้อุปกรณ์ได้

Digital Multimeter

Multimeter

Digital Multimeter เป็นมัลติมิเตอร์อีกชนิดหนึ่งที่พัฒนาขึ้นมาจากเทคโนโลยีทางด้านอิเล็กทรอนิกส์และด้านดิจิตอล โดยการรวมเอาดิจิตอลโวลต์มิเตอร์ (Digital Voltmeter) ดิจิตอลแอมมิเตอร์ (Digital Ammeter) และดิจิตอลโอห์มมิเตอร์ (Digital Ohmmeter) เข้าด้วยกัน ใช้การแสดงผลการวัดค่าด้วยตัวเลข ช่วยให้การวัดค่าและการอ่านค่ามีความถูกต้องมากขึ้นและยังช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากการอ่านค่าได้ เกิดความสะดวกในการใช้งาน

มัลติมิเตอร์ดิจิตอล

มัลติมิเตอร์ สามารถวัดปริมาณทางไฟฟ้าได้หลายประเภท เช่นเดียวกับมัลติมิเตอร์แบบเข็ม นอกจากนี้ยังสามารถวัดปริมาณกระแสสลับ วัดการขยายกระแสตรงของทรานซิสเตอร์ วัดความจุไฟฟ้าและตรวจสอบไดโอดได้อีกด้วย

มัลติมิเตอร์สามารถวัดค่าปริมาณไฟฟ้าได้หลายชนิดเช่นเดียวกับ มัลติมิเตอร์ชนิดเข็มชี้ เช่น วัดแรงดันไฟตรง (DCV) แรงดันไฟสลับ (ACV) กระแสไฟตรง (DCA) กระแสไฟสลับ (ACA) และความต้านทาน เป็นต้น นอกจากนี้ในดิจิตอลมัลติมิเตอร์บางรุ่นยังมีความสามารถเพิ่มมากขึ้นไปอีก สามารถวัดค่าปริมาณไฟฟ้าอื่นๆ นอกเหนือจากค่าปกติได้ เช่น วัดการต่อวงจรแสดงด้วยเสียงได้ วัดอุณหภูมิได้ วัดความถี่ได้ วัดค่าความจุของตัวเก็บประจุได้ วัดอัตราขยายของทรานซิสเตอร์ (hFE) ได้ และวัดขาทรานซิสเตอร์ได้ เป็นต้น

ดิจิตอลมัลติมิเตอร์ แบบย่านวัดอัตโนมัติ

ดิจิตอลมัลติมิเตอร์แบบย่านวัดอัตโนมัติ ปริมาณไฟฟ้าแต่ละชนิดที่จะวัดค่ามีย่านตั้งวัดเพียงย่านเดียว สามารถใช้วัดปริมาณไฟฟ้าตั้งแต่ค่าต่ำๆ ไปจนถึงค่าสูงสุดที่เครื่องสามารถแสดงค่าออกมาได้ ใช้งานได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว รูปร่างและส่วนประกอบของดิจิตอลมัลติมิเตอร์แบบย่านวัดอัตโนมัติแบบหนึ่ง

Digital Multimeter แบบย่านวัดปรับด้วยมือ

ดิจิตอลมัลติมิเตอร์แบบย่านวัดปรับด้วยมือ ผู้ใช้ดิจิตอลมัลติมิเตอร์จะต้องเป็นผู้ปรับเลือกย่านวัดให้เหมาะสมกับค่าปริมาณไฟฟ้าที่วัด หากปรับค่าไม่ถูกต้องดิจิตอลมัลติมิเตอร์จะไม่สามารถแสดงค่าการวัดออกมาได้ การใช้งานคล้ายมัลติมิเตอร์แบบเข็ม แตกต่างเพียงดิจิตอลมัลติมิเตอร์เมื่อวัดค่าสามารถแสดงค่าปริมาณไฟฟ้าที่วัดได้เป็นตัวเลขออกมาเลย รูปร่างและส่วนประกอบของดิจิตอลมัลติมิเตอร์แบบย่านวัดปรับด้วยมือแบบหนึ่ง

ส่วนประกอบของ Digital Multimeter

1. หน้าจอแสดงผล โดยจะแสดงผลเป็นตัวเลข

2. ปุ่มปรับค่าต่างๆ เช่น เลือกตำแหน่งจุดทศนิยม เป็นต้น

3. สัญลักษณ์แสดงช่วงการวัดแต่ละช่วง

4. ปุ่มตั้งช่วงการวัด

5. ช่องสำหรับเสียบสายวัดสำหรับวัดความต่างศักย์ (V) ทั้งไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับ, ความต้านทาน(W)

6. ช่องสำหรับเสียบสายวัด Output

7. ช่องสำหรับเสียบสายวัดกระแส ในหน่วย mA และ mA ทั้งไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับ

8. ช่องเสียบสายวัดสำหรับวัดกระแสไฟฟ้าสลับสูงสุด

ข้อควรระวังและการเตรียมสำหรับการวัด

1. ก่อนการวัดปริมาณใด ต้องแน่ใจว่า
1) บิดสวิตซ์เลือกการวัดตรงกับปริมาณที่จะวัด
2) สวิตซ์เลือกการวัดอยู่ในช่วงการวัดที่เหมาะสมไม่ต่ำกว่าปริมาณที่จะวัด
ในกรณีที่ไม่ทราบปริมาณที่จะวัดมีค่าอยู่ในช่วงการวัดใด ให้ตั้งช่วงการวัดที่มีค่าสูงสุดก่อน
แล้วค่อยลดช่วงการวัดลงมาทีละช่วง
2. เนื่องจากช่องเสียบสายวัด (สีแดง) มีหลายช่อง คือ V-, mA และ 10 A ต้องแน่ใจว่าเสียบสายวัดสีแดงในช่องเสียบตรงกับปริมาณที่จะวัด
3. ในกรณีที่วัดความต่างศักย์ไฟฟ้าสูงตั้งแต่ 25 VAC หรือ 60 VDC ขึ้นไป ระวังอย่าให้ส่วนใดของร่างกายแตะวงจรที่กำลังวัดจะเป็นอันตรายได้
4. ในขณะที่กำลังทำการวัด และต้องการปรับช่วงการวัดให้ต่ำลงหรือสูงขึ้นหรือเลือกการวัดปริมาณอื่น ให้ดำเนินการดังนี้
1) ยกสายวัดเส้นหนึ่งออกจากวงจรที่กำลังทดสอบ
2) ปรับช่วงการวัดหรือเลือกการวัดปริมาณอื่นตามต้องการ
3) ทำการวัด
5. การวัดปริมาณกระแสสูง (~10A) ควรใช้เวลาวัดในช่วงสั้นไม่เกิน 30 วินาที
6. เมื่อใช้งานเสร็จแล้ว ให้เลื่อนสวิตซ์ปิด-เปิด มาที่ OFF ถ้าไม่ได้ใช้เป็นเวลานาน ควรเอาแบตเตอรี่ออกด้วย