เปรียบเทียบเครื่องวัดความชื้นใม้รุ่นต่างๆ

เครื่องวัดความชื้นใม้ ในท้องตลาดมีมากมาย สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย คงเกิดความสับสน

แม้แต่คนที่เคยใช้งานอยู่แล้ อาจจะคุ้นเคยอยู่ แต่แบบที่ตัวเองใช้งานเท่านั้น

ผู้ผลิตไม้เลือกวิธีการวัดความชื้นเพื่อผลิตไม้ที่มีความชื้นที่เหมาะสมกับการใช้งานที่ดีที่สุดของไม้ ดังนั้นไม้ที่มีไว้สำหรับพื้นระเบียงนอกอาจต้องวัดความชื้นที่แตกต่างกันกว่าที่ใช้สำหรับเฟอร์นิเจอร์ คุณจำเป็นต้องมีเครื่องมือในการวัดความชื้นได้อย่างถูกต้อง

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่าที่อ่านได้ เปอร์เซ็นต์ความชื้นที่เหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น subflooring ควรมีความชื้นน้อยกว่าร้อยละ 12 เพื่อให้มีความเหมาะสมสำหรับการทำงาน หากมีความชื้นที่สูงขึ้น ควรทำการการอบแห้ง ที่จะต้องมีการดำเนินการเพื่อป้องกันความเสียหายที่ไม่จำเป็นหรือมีปัญหาในภายหลัง รู้ว่าสิ่งที่คุณกำลังทำด้วยไม้และทำความเข้าใจกับผู้ให้บริการของคุณเพื่อตรวจสอบหรือไม่อ่านความชื้นของคุณเป็นที่ยอมรับสำหรับงานเฉพาะ

เพื่อทำความเข้าใจกับ เครื่องวัดความชื้นใม้ เราขอสรุปเป็นตารางเปรียบเทียบรุ่นยอดนิยมที่ใช้อยู่ในท้องตลาด ดังนี้ครับ

กดเครื่องหมาย + เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

รหัสสินค้าMM03MM04MM05MM06
รูปภาพmm03bMM04aMM05bMM06e
ช่วงการวัด 2 to 70%5-40%0~95.7%4-80%
วัดแบบเข็มเจาะเข็มเจาะเข็มเจาะสัมผัส
คุณสมบัติประยุกต์การใช้งานได้หลากหลาย : สามารถเลือกช่วงวัด ได้ 4 ช่วง ตามประเภทของไม้ เครื่องวัดความชื้นไม้และวัสดุอื่นๆ หน้าจอ LCD สามารถพกพาได้ ใช้งานง่าย ความแม่นยำสูงวัดความชื้น และอุณหภูมิในอากาศในเวลาเดียวกัน
วัดวัสดุได้แตกต่างกันหลายประเภท เช่น ไม้เนื้อแข็ง ไม้เนื้ออ่อน ซีเมนต์ ปูนขาว อิฐ
เครื่องวัดความชื้นไม้ แบบสัมผัสผิวไม้ (ไม่ต้องเจาะเข้าเนื้อไม้)
ราคา (บาท)2590
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
1290
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
4490
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
3490
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม

Inductive Wood Moisture Meter MD-918

วิธีใช้ อย่างย่อ
เครื่องวัดความชื้นไม้ แบบสัมผัสผิว MM06 (Inductive Wood Moisture Meter)
1. ใส่ถ่าน ขนาด AAA 3 ก้อน
2. เปิดเครื่อง โดย กด ปุ่ม MODE ค้างไว้ 2 วินาที (หากต้องการปิด กดปุ่ม MODE ค้างไว้ 2 วินาทีเช่นกัน) เครื่องจะปิดตัวเองอัตโนมัติ หากไม่มีการใช้งานใน 5 นาที
3. หน้าจอขึ้นคำว่า SCAN แสดงว่า พร้อมใช้งาน เอาเครื่องวางบนวัสดุที่ต้องการวัด ตัวเลขหน้าจอจะขึ้นค่าแสดงความชื้น
4. เลือกกำหนดค่าสูงสุดโดยกดปุ่ม MODE แล้วปล่อย หน้าจอจะขึ้นคำว่า SET และ ตัวเลขจะกระพริบ ให้กดปุ่ม ขึ้นลง ตรงกลาง เพื่อเลือกค่า เมื่อได้ค่าที่ต้องการแล้ว กดปุ่ม MODE เพื่อยืนยัน คำว่า SET จะหายไป และจะปรากฏคำว่า SCAN ซึ่งแสดงว่า พร้อมใช้งาน ระหว่าง การใข้งาน หากมีเครื่องหมายถูกทางซ้าย แสดงว่า ความชื้นไม่เกินค่าสูงสุด หากมีเครื่องหมายผิดขึ้นแสดงว่า ความชื้นเกินค่าสูงสุด ถ้าไม่มีการตั้งค่าสูงสุดไว้ก่อน จะไม่ปรากฏเครื่องหมายถูก หรือ ผิด ที่หน้าจอ
5. เลือกค่าความหนาแน่นของเนื้อไม้ (หรือวัสดุ) โดยหลังเปิดเครื่อง กดปุ่ม DENSITY ทางขวามือ เลือกใด้จาก 0-9 โดยเทียบกับประเภทไม้ในตารางที่อยู่ด้านหลังของคู่มือ
การใช้งานโดยละเอียด กรุณาศึกษาจากคู่มือ

ความชื้นกับคุณสมบัติไม้

เครื่องวัดความชืนกับคุณสมบัติไม้

โดยทั่วไปเราจะเห็นได้ชัดเจนว่าไม้ยืดและหดตัวอยู่เป็นประจำ เช่น ประตูหรือหน้าต่างบานไม้ ที่บางครั้งเปิดไม่ได้หรือว่ามีความฝืดเวลาที่เราเปิดในบางช่วงฤดูหรือเวลา โดยการยืดหดตัวของไม้นั้นมากจากความชื้นที่เปลี่ยนแปลงทำให้คุณสมบัติของไม้นั้นเปลี่ยนแปลง โดยความชื้นที่เปลี่ยนแปลงจะทำให้คุณสมบัติของไม้เปลี่ยนแปลง

คุณสมบัติของไม้ที่เปลี่ยนแปลงเมื่อความชื้นเปลี่ยนแปลง

– ขนาดของไม้ ไม้มียืดและหดตัว โดยขนาด กว้าง x ยาว x สูง ของชิ้นไม้ที่มีการเปลี่ยนตามความชื้นโดยด้านกว้าง ยาว และสูงจะมีการเปลี่ยนแปลงไม่เท่ากัน ไม้จะยืดหดตัวเมื่อเนื้อไม้เกิดการสูญเสียความชื้นในผนังเซลล์ก็จะเกิดการหดตัว และในทางตรงกันข้าม เมื่อเนื้อไม้มีปริมาณความชื้นเพิ่มขึ้นในระดับที่ต่ำกว่าจุดหมาด ไม้ก็จะพองตัว

– ความแข็งแรงของไม้จะลดลงหากความชื้นเพิ่มขึ้น

– ความทนทานต่อแมลง และเห็ดราจะดีขึ้นเมื่อความชื้นของไม้ลดลง

– ค่าความเป็นฉนวนไฟฟ้าจะลดลงเมื่อค่าความชื้นของไม้เพิ่มขึ้น

Moister Meter
Moister Meter

ค่าการติดกาวจะดีขึ้น เมื่อค่าความชื้นของไม้ลดลง

– การนำความร้อนน้อยลงถ้าความชื้นของไม้ลดลง

ทำไมไม้ถึงเปลี่ยนแปลงเมื่อความชื้นเปลี่ยนแปลง

ไม้จะมีการปรับความชื้นในให้ในสมดุลกับความชื้นในบรรยากาศให้สอดคล้องกับสภาวะอากาศอยู่ตลอดเวลา โดยปริมาณความชื้นที่สมดุลกับสภาวะอากาศนี้จะเรียกว่าความชื้นสมดุล (Equilibrium Moisture Content – EMC) ความชื้นสมดุลจะแปรผันไปตามความชื้นสัมพันธ์และอุณหภูมิของบรรยากาศ ซึ่งความชื้นสัมพันธ์ของบรรยากาศแต่ละที่ก็มีความแตกต่างกันจึงต้องมีการปรับความชื้นของไม้ให้สมดุลกับความชื้นสัมพันธ์ในแต่ละสถานที่ที่มีสภาวะอากาศต่างกันเพื่อนำไม้มาใช้งานโดยไม่ให้คุณสมบัติของไม้นั้นด้อยลงไป
ทำไมไม้จากต่างประเทศถึงนำมาใช้ในประเทศไทยได้โดยไม่มีปัญหาที่เกิดจากความชื้นที่ต่างกัน

ค่าความชื้นสมดุลของประเทศไทยจะอยู่ระหว่าง + 10 – 12% ดังนั้นไม้ที่นำมาใช้จะต้องปรับความชื้นให้อยู่ประมาณนี้ก่อนนำมาใช้ เช่นการนำไม้สนมาจากประเทศอื่นๆ จะต้องมีการอบไม้ให้ไม้มีความชื้นระหว่าง + 10 – 12% ก่อนจะส่งไม้เข้าสู่ตู้ขนส่งที่จะต้องเดินทางผ่านสายเรือต่างๆมาสู่ประเทศไทย เมื่อไม้มาถึงประเทศไทยก็จะเป็นไม้ที่มีความชื้นที่เหมาะสมและใช้งานได้ทันที นอกจากนี้การอบไม้เพื่อให้ได้ความชื้นที่เหมาะสมสภาพความชื้นแล้วยังช่วยป้องกันไม่ให้ไม้เกิดเชื้อราในระหว่างที่ไม้อยู่ในตู้ขนส่งที่สภาพอับอยู่ตลอดเวลา

เครื่องวัดความชื้นไม้

เครื่องวัดความชื้นไม้ มี 3 ชนิด คือ

เครื่องวัดความชื้นไม้ชนิด 2 เข็มเจาะ

วิธีการวัด กดเข็ม ลงไปใน เนื้อไม้ ความชื้นที่มีอยู่ในไม้ จะผ่านเข็มเข้าไปที่มาตรวัดความชื้น ค่าจะแสดง ตัวเลขบอกระดับความชื้นในไม้

เครื่องวัดความชืนชนิด 4 เข็มเจาะ

วิธีการวัด ตอกตะปู 2 ตัว ลกดเข็ม ลงไปใน เนื้อไม้ ความชื้นที่มีอยู่ในไม้ จะผ่านเข็มเข้าไปที่มาตรวัดความชื้น ค่าจะแสดง ตัวเลขบอกระดับความชื้นในไม้

เครื่องวัดความชื้นแบบสัมผัส วิธีการวัด วัดได้เฉพาะไม้ที่ไสเรียบแล้ว ใช้เครื่องทาบลง ไปบนผิวหน้าไม้ ที่จะวัด กดให้แนบสนิทกับไม้ ตัวเลขบนเครื่องวัดจะขึ้น – ลง อยู่ประมาณ 1 นาที จึงหยุดนิ่งแสดงถึงระดับความชื้นในไม้

คุณสมบัติของไม้ที่เปลี่ยนแปลงเมื่อความชื้นเปลี่ยนแปลง

1. ขนาดของไม้ ไม้มียืดและหดตัว โดยขนาด กว้าง x ยาว x สูง ของชิ้นไม้ที่มีการเปลี่ยนตามความชื้นโดยด้านกว้าง ยาว และสูงจะมีการเปลี่ยนแปลงไม่เท่ากัน ไม้จะยืดหดตัวเมื่อเนื้อไม้เกิดการสูญเสียความชื้นในผนังเซลล์ก็จะเกิดการหดตัว และในทางตรงกันข้าม เมื่อเนื้อไม้มีปริมาณความชื้นเพิ่มขึ้นในระดับที่ต่ำกว่าจุดหมาด ไม้ก็จะพองตัว
2. ความแข็งแรงของไม้จะลดลงหากความชื้นเพิ่มขึ้น
3. ความทนทานต่อแมลง และเห็ดราจะดีขึ้นเมื่อความชื้นของไม้ลดลง
4. ค่าความเป็นฉนวนไฟฟ้าจะลดลงเมื่อค่าความชื้นของไม้เพิ่มขึ้น
5. ค่าการติดกาวจะดีขึ้น เมื่อค่าความชื้นของไม้ลดลง
6. การนำความร้อนน้อยลงถ้าความชื้นของไม้ลดลง