ความชื้นกับคุณสมบัติไม้

เครื่องวัดความชืนกับคุณสมบัติไม้

โดยทั่วไปเราจะเห็นได้ชัดเจนว่าไม้ยืดและหดตัวอยู่เป็นประจำ เช่น ประตูหรือหน้าต่างบานไม้ ที่บางครั้งเปิดไม่ได้หรือว่ามีความฝืดเวลาที่เราเปิดในบางช่วงฤดูหรือเวลา โดยการยืดหดตัวของไม้นั้นมากจากความชื้นที่เปลี่ยนแปลงทำให้คุณสมบัติของไม้นั้นเปลี่ยนแปลง โดยความชื้นที่เปลี่ยนแปลงจะทำให้คุณสมบัติของไม้เปลี่ยนแปลง

คุณสมบัติของไม้ที่เปลี่ยนแปลงเมื่อความชื้นเปลี่ยนแปลง

– ขนาดของไม้ ไม้มียืดและหดตัว โดยขนาด กว้าง x ยาว x สูง ของชิ้นไม้ที่มีการเปลี่ยนตามความชื้นโดยด้านกว้าง ยาว และสูงจะมีการเปลี่ยนแปลงไม่เท่ากัน ไม้จะยืดหดตัวเมื่อเนื้อไม้เกิดการสูญเสียความชื้นในผนังเซลล์ก็จะเกิดการหดตัว และในทางตรงกันข้าม เมื่อเนื้อไม้มีปริมาณความชื้นเพิ่มขึ้นในระดับที่ต่ำกว่าจุดหมาด ไม้ก็จะพองตัว

– ความแข็งแรงของไม้จะลดลงหากความชื้นเพิ่มขึ้น

– ความทนทานต่อแมลง และเห็ดราจะดีขึ้นเมื่อความชื้นของไม้ลดลง

– ค่าความเป็นฉนวนไฟฟ้าจะลดลงเมื่อค่าความชื้นของไม้เพิ่มขึ้น

Moister Meter
Moister Meter

ค่าการติดกาวจะดีขึ้น เมื่อค่าความชื้นของไม้ลดลง

– การนำความร้อนน้อยลงถ้าความชื้นของไม้ลดลง

ทำไมไม้ถึงเปลี่ยนแปลงเมื่อความชื้นเปลี่ยนแปลง

ไม้จะมีการปรับความชื้นในให้ในสมดุลกับความชื้นในบรรยากาศให้สอดคล้องกับสภาวะอากาศอยู่ตลอดเวลา โดยปริมาณความชื้นที่สมดุลกับสภาวะอากาศนี้จะเรียกว่าความชื้นสมดุล (Equilibrium Moisture Content – EMC) ความชื้นสมดุลจะแปรผันไปตามความชื้นสัมพันธ์และอุณหภูมิของบรรยากาศ ซึ่งความชื้นสัมพันธ์ของบรรยากาศแต่ละที่ก็มีความแตกต่างกันจึงต้องมีการปรับความชื้นของไม้ให้สมดุลกับความชื้นสัมพันธ์ในแต่ละสถานที่ที่มีสภาวะอากาศต่างกันเพื่อนำไม้มาใช้งานโดยไม่ให้คุณสมบัติของไม้นั้นด้อยลงไป
ทำไมไม้จากต่างประเทศถึงนำมาใช้ในประเทศไทยได้โดยไม่มีปัญหาที่เกิดจากความชื้นที่ต่างกัน

ค่าความชื้นสมดุลของประเทศไทยจะอยู่ระหว่าง + 10 – 12% ดังนั้นไม้ที่นำมาใช้จะต้องปรับความชื้นให้อยู่ประมาณนี้ก่อนนำมาใช้ เช่นการนำไม้สนมาจากประเทศอื่นๆ จะต้องมีการอบไม้ให้ไม้มีความชื้นระหว่าง + 10 – 12% ก่อนจะส่งไม้เข้าสู่ตู้ขนส่งที่จะต้องเดินทางผ่านสายเรือต่างๆมาสู่ประเทศไทย เมื่อไม้มาถึงประเทศไทยก็จะเป็นไม้ที่มีความชื้นที่เหมาะสมและใช้งานได้ทันที นอกจากนี้การอบไม้เพื่อให้ได้ความชื้นที่เหมาะสมสภาพความชื้นแล้วยังช่วยป้องกันไม่ให้ไม้เกิดเชื้อราในระหว่างที่ไม้อยู่ในตู้ขนส่งที่สภาพอับอยู่ตลอดเวลา

Metal Detector

ท่านที่เคยโดยสารเครื่องบินมาแล้ว คงคุ้นเคยดีกับภาพของเจ้าหน้าที่สนามบิน ถือวัตถุรูปลักษณะเป็นแท่งยาวๆ อันหนึ่งยกกวาดไปตามลำตัว ของผู้โดยสารตั้งแต่หัวจรดเท้าโดยปราศจากรังสีใดๆ ที่สามารถมองเห็นได้อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะให้ผ่านไปได้หากไม่มีเสียงสัญญาณเตือน เจ้าวัตถุรูปแท่งที่ว่านี้ก็คือเครื่องตรวจจับโลหะนั่นเอง หลายคนอาจสงสัยว่าเจ้าเครื่องตรวจจับโลหะที่ว่านี้ทำงานได้อย่างไร วันนี้เราจะมาค้นหาคำตอบกัน

หลักการทำงานของเครื่องตรวจจับโลหะ อาศัยหลักที่ว่า วัตถุที่นำไฟฟ้า เช่น โลหะ จะตอบสนองต่อ สนามแม่เหล็กไฟฟ้า แตกต่างจากวัตถุที่ไม่นำไฟฟ้า หัวตรวจจับโลหะมีหลายชนิด แต่มีหลักการทำงานใกล้เคียงกัน คือ เมื่อเปิดเครื่อง กระแสไฟฟ้าจะไหลเข้าไปยัง ขดลวดโลหะที่ปลายหัวตรวจจับ ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กขึ้น โดยมีขั้วอยู่ในแนวตั้งฉาก กับทิศทางของขดลวด หากสนามแม่เหล็กดังกล่าวไปกระทบกับวัตถุที่นำไฟฟ้าได้ดี เช่น โลหะ จะกระตุ้นให้วัตถุดังกล่าวนั้น เกิดสนามแม่เหล็กอ่อนๆ ในทิศทางตรงข้ามกัน ทำให้สนามแม่เหล็กที่สะท้อนกลับมา สู่หัวตรวจจับเกิดการเปลี่ยนเฟส ยิ่งวัตถุมีการนำไฟฟ้าดีมากขึ้น การเปลี่ยนเฟสก็มากขึ้นตามด้วย จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้สามารถทราบได้ว่า มีวัตถุที่ทำจากโลหะอยู่ในบริเวณใกล้เคียงหรือไม่

เครื่องตรวจจับโลหะส่วนใหญ่ สามารถตรวจจับวัตถุที่อยู่ลึกลงไปจากผิวหน้า 8-12 นิ้ว ความสามารถในการตรวจจับวัตถุ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ นอกจากชนิดและความไวของหัวตรวจจับแล้ว ชนิดของโลหะ ก็มีผลต่อการตรวจจับด้วย โลหะบางชนิด เช่น เหล็ก สามารถสร้างสนามแม่เหล็กได้แรงกว่าโลหะอื่น การตรวจจับจึงทำได้ง่าย ขนาดของวัตถุก็มีส่วนสำคัญ วัตถุที่มีขนาดเล็กถูกตรวจจับได้ยากกว่าวัตถุขนาดใหญ่ เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงสามารถพกเหรียญ หรือลูกกุญแจเข้าไปได้ โดยที่เครื่องตรวจจับ ไม่ส่งสัญญาณเตือนแต่อย่างใด นอกจากนั้นแล้วยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย เช่น มีวัตถุที่สามารถป้องกันสนามแม่เหล็ก ไม่ให้ผ่านไปถึงวัตถุที่จะตรวจจับหรือไม่ เป็นต้น เครื่องตรวจจับโลหะสมัยใหม่ นอกจากตรวจจับได้ว่า มีวัตถุที่ทำจากโลหะได้แล้ว ยังสามารถระบุขนาด และความลึกของวัตถุอย่างคร่าวๆ ได้อีกด้วย

เครื่องตรวจจับโลหะ นอกจากใช้ในสนามบิน และตามอาคารสถานที่สำคัญ เพื่อการรักษาความปลอดภัยแล้ว ยังมีการนำไปใช้ในงานด้านอื่นได้อีก เช่น ใช้ในการตรวจสอบตำแหน่งที่ตั้งของท่อ หรือสายเคเบิลที่ฝังอยู่ในอาคาร ตรวจหาส่วนประกอบโลหะในดินหรือหิน รวมทั้งใช้ในการสืบหาวัตถุโบราณ ที่ทำจากโลหะที่ฝังอยู่ใต้ดิน เพื่อประโยชน์ในทางโบราณคดีได้อีกด้วย

Metal Detector
Metal Detector

เครื่องมือวัดความเร็วลม Anemometer

เครื่องวัดความเร็วลม หรือ Anemometer เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับวัดความเร็วลม ซึ่งเป็นเครื่องมือพื้นฐานสำหรับวัดสภาพอากาศ, งานด้านอุตุนิยมวิทยา, อากาศพลศาสตร์ มีหน่วยเป็นฟุตต่อนาที (ft/min), เมตรต่อวินาที(m/s), กิโลเมตรต่อชั่วโมง (km/hr), ไมล์ต่อชั่วโมง(mph), นอต (knots)และโบฟอร์ต คิวบิกฟุตต่อนาที (CFM)และคิวบิกเมตรต่อนาที

Cubic Metre per square Metre (CMM) คือหน่วยของการวัดปริมาตรอากาศ การวัดโดยทั่วไปจะให้ข้อมูลความเร็วลมอย่างเดียวแต่บางครั้งการทราบปริมาตรของอากาศที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ก็เป็นสิ่งที่สำคัญด้วยเช่นกัน
การประดิษฐ์เครื่องวัดความเร็วลมเริ่มต้นในปี พ.ศ. 1993 โดย Leon Battista Alberti นักประดิษฐ์ชาวอิตาลีได้ประดิษฐ์เครื่องวัดความเร็วลมเครื่องแรกของโลก โดยประกอบขึ้นจากแผ่นจานวางตั้งฉากกับทิศทางลมและเมื่อมีกระแสลมมาปะทะแผ่นจานจะหมุนตามแรงลม หลังจากนั้นเครื่องวัดความเร็วลมประเภทเดียวกันนี้ได้ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่อีกครั้งโดยนักประดิษฐ์ชาวอังกฤษ Robert Hooke ผู้ซึ่งถูกเข้าใจผิดเสมอว่าเป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องวัดความเร็วลมเครื่องแรกของโลก Anemometer เป็นคำศัพท์ที่ได้มาจากภาษากรีก anemos หมายถึง ลม เครื่องวัดความเร็วลมสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือวัดความเร็วลมและวัดความกดอากาศ
ประเภทของเครื่องวัดความเร็วลม
1. แบบหมุน (Cup Anemometer) เป็นเครื่องมือวัดความเร็วลมที่มีอายุมากที่สุด โดยใช้ถ้วยวางบนแกนแนวตั้งเมื่อมีลมมาปะทะจะทำให้ถ้วยหมุนรอบแกน ความเร็วของถ้วยที่หมุนคือความเร็วลม
2. แบบกังหันลม (Windmill Anemometer) สามารถวัดได้ทั้งความเร็วลมและทิศทางลม โดยเครื่องมือวัดประเภทนี้จะมีใบพัดวางอยู่ด้านหน้าเมื่อมีลมพัดมาปะทะจะทำให้ใบพัดหมุนความเร็วของใบพัดที่หมุนจะเป็นตัวบ่งบอกความเร็วลม
3. แบบหัวลมร้อน (Hot Wire Anemometer)
4. แบบ Sonic Anemometer ใช้หลักการรับและส่งคลื่นอัลตราโซนิกส์ระหว่างเซ็นเซอร์เมื่อมีลมพัดผ่านเซ็นเซอร์ คลื่นอัลตราโซนิกส์จะถูกขัดจังหวะซึ่งการขัดจังหวะนี้จะให้ข้อมูลความเร็วลมที่ถูกต้องและแม่นยำ เครื่องมือประเภทนี้ไม่มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวทำให้มีความทนทานสูงและสามารถวัดความเร็วลมที่ต่ำมากๆ ได้
5. แบบ Laser Doppler Anemometer

การติดเครื่องยนต์นอนในรถ อันตรายจากคาร์บอนมอนอกไซด์

ความจริงแล้วอันตรายที่เกิดจากการนอนในรถนั้น เป็นปัจจัยที่เกิดจากภายใน และโดยมากเราจะพบว่าคนที่เสียชีวิตจากการนอนในรถส่วนใหญ่นั้น จะมีสาเหตุมาจากการสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเปิดระบบปรับอากาศทิ้งไว้แล้วนอนหลับ

แก๊สที่ทำให้ตายจริงๆคือ CO หรือ carbon-monoxide คาร์บอนมอนอกไซด์ครับ แก๊สตัวนี้จะไปแย่งออกซิเจนจับฮีโมโกลบิน ทำให้เซลล์ไม่ทำงานโดยสมองจะไปก่อนเพื่อนเลย

Metal Detector วิธีใช้และปรับเครื่อง MD01-เครื่องตรวจโลหะ

วิธีใช้และปรับเครื่อง MD01-เครื่องตรวจโลหะ เครื่องตรวจอาวุธ สำหรับงานป้องกันและรักษาความปลอดภัย

1)      ใส่ถ่าน สี่เหลี่ยม 9 volt ที่ช่องใส่ถ่านทีปลายด้าม

2)      เปิดสวิทซ์ หมายเลข 8 ตามภาพ เครื่องพร้อมใช้งาน

3)      การใช้งานต้องกวาดเครื่องไปมาบริเวณที่ตรวจ อย่าถือเครื่องไว้เฉยๆ

4)      หากเปิดเครื่องครั้งแรกแล้วมีเสียงร้องหรือสั่นตลอด ให้ปรับความไวของเครื่อง ที่ช่องหมายเลข 4  ในภาพ โดยหมุนทวนเข็มนาฬิกาจนเสียงหยุดพอดี

5)      ถ่านที่ใช้ควรเป็นถ่านใหม่เสมอ

เครื่องตรวจโลหะ ราคาพิเศษ

กล้องวงจรปิดไร้สาย ระบบ 3G

กล้องวงจรปิดไร้สาย ระบบ 3G ระบบตรวจสอบอัจฉริยะผสมผสานกล้องวงจรปิด
อุปกรณ์กล้องวงจรปิดไร้สายที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง สามารถดูได้ทุกที่ทุกเวลา โดยการโทรเข้าที่ตัวกล้องด้วยโทรศัพท์ระบบ 3G ที่กล้งวงจรปิดทั่วไปทำไม่ได้สามารถดูแลผู้สูงอายุ เด็ก หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยง กันขโมย ฯลฯโหมด Remote camera ยังทำงานร่วมกับอุปกรณ์ wirelessและ sensorต่างๆได้
อุปกรณ์ที่เหนือกว่ากล้องธรรมดาทั่วไปด้วยการทำงานดังต่อไปนี้

ระบบเตือนภัยอจฉริยะ(Alert Machanism)สามารถแจ้งเตือนภัยผ่าน SMS,MMS,VIDIO CALLและ AUDIO CALL โดยระบบจะทำการแจ้งเตือนไปที่โทรศัพท์มือถือให้คุณได้ทราบเหตุการณ์ต่างๆได้ทันท่วงที

ระบบการสั่งการอัจฉริยะ(SMS Commands)สามารถทำการสั่งการผ่านระบบไร้สายได้2ช่องทาง คือผ่านทางรีโหลมดคอนโทรลหรือผ่านทางโทรศัพท์มือถือโดยการส่ง SMSคำสั่งไปยังตัวกล้องเพื่อทำการเปิด/ปิดระบบเตือนภัย รวมถึงการตรวจสอบสถานะของกล้องเพียงส่งsmsไปยังตัวกล้องระบบจะทำการตอบกลับอัตโนมัติมายังมือถือของคุณด้วย sms ทำให้คุณมั่นใจได้เต็มที่

ระบบตรวจจับอัจฉริยะ(Motion Detection)ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว(PIR Sensor)เทคโนโลยีตรวจจับความเคลื่อนไหว หรืออุณหภมิที่อยู่ในระยะตรวจจับซึ่งมีรัศมี5-7เมตร

ระบบบันทึกภาพอัจฉริยะในเวลากลางคืน(Night Vision)ผสมผสานเทคโนโลยีบันทึกภาพในเวลากลางคืน ที่ทำให้ภาพคมชัดด้วยระบบ inFrared night แม้ว่าเหตูร้ายจะเกิดขึ้นในเวลากลางคืนกล้องยังสามารถจับภาพได้
ระบบตรวจสอบอัจฉริยะ(Live Monitoring)ที่ผสมผสานกล้องวงจรปิดกับโทรศัพท์มือถือแบบ 3G ทำให้สามารถแสดงภาพบนหน้าจอโทรศัพท์ผ่าระบบVideo Call
ฟังก์ชั่นการทำงาน
plug-and-play -สามารถติดตั้งใช้งานได้อย่างง่ายดาย เพราะเพียงแค่เสียบปลั๊ก กล้องก็จะสามารถทำงานได้ทันที คุณจึงสามารถติดตั้งได้จากทุกมุมของบ้าน
Rechargeable Battery-เมื่อบ้านของคุณถูกตัดระบบไฟฟ้าทั่วทั้งบ้านคุณก็ยังมั่นใจได้ว่า กล้องยังสามารถทำงานได้ด้วยแบตเตอรี่แบบชาร์ตไฟในตัว คุณจึงไม่พลาดความเคลื่นไหวของกล้องแม้ระบบไฟฟ้าผิดปกติและระบบจะทำการส่ง sms มารายงานสถานะการที่ผิดปกติยังมือถือของคุณทันที

Review FT01-เครื่องวัดอุณภูมิร่างกาย วัดไข้ ที่หน้าผาก หู 4 in 1 พร้อมนาฬิกา

เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ 4-in-1 functions (Ear/Forehead/Ambient/Clock)

ทำได้สี่อย่างในเครื่องเดียว (วัดอุณหภูมิที่ หู / หน้าผาก / อากาศ / เป็นนาฬิกา)

วิธีใช้งาน

กดปุ่มหลัก ค้งประมาณ 1 วินาที หน้าจอจะแสดงผล อุณหภูมิที่วัดก่อนหน้านี้จะแสดงอยู่ที่หน้าจอ ประมาณ 2 วินาที หลังจากนั้น หน้าจอจะหายไป พร้อมเสียงสัญาณ 1 ครั้ง ตอนนี้เครื่องพร้อมใช้วัดค่าใหม่แล้ว ตัวบอกองศา C หรือ F จะกระพริบที่หน้าจอ
หากไม่มีการใช้งาน เครื่องจะปิดอัตโนมัต หรือกดค้างที่ปุ่มหลักก็ได้

Review เครื่องวัดดิน 4in1 วัดค่ากรดด่าง PH meter

เครื่องวัดดิน

มิเตอร์วัดดิน ระบบดิจิตอล 4 in 1 (วัดค่ากรดด่างในดิน, ความชื้น, อุณหภูมิ และความเข้มแสง)

AMT-300/ KCB-300 ให้คุณตรวจสอบ และแก้ปัญหากรดด่างในดินได้อย่างทันท่วงที หรือการตรวจสอบความชื้นในดินให้มีความเหมาะสมกับพืชผักแต่ละชนิด ในส่วนการเพาะพันธุ์ต้นกล้า หรือการปลูกพืชชนิดที่ต้องควบคุมความเข้มแสง

เครื่องวัดดิน AMT-300/ KCB-300 เป็นมิเตอร์ที่ช่วยวัดสภาพแวดล้อมของแปลงปลูกต้นไม้ พืชผัก ทั้งในร่ม และกลางแจ้ง เพื่อให้เราสามารถปรับปรุง แก้ไขสภาพที่ไม่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโต หรือการให้ผลผลิตของพืชผักได้อย่างเหมาะสม

เครื่องวัดดิน AMT-300/ KCB-300 สามารถประเมินค่าความเข้มแสงเพื่อให้คุณสามารถเลือกพื้นที่ หรือปรับสภาพพื้นที่ให้เหมาะสมได้ และยังสามารถตรวจสอบอุณหภูมิได้อีกด้วย

ระดับความเข้มแสง : 9 ระดับ
มิเตอร์แสดงช่วงค่าความเข้มแสงเป็น 9 ระดับ โดยแต่ละช่วงจะมีค่าต่ำสุด (low) – สูงสุด (high) ตามตารางดังนี้ (มีหน่วยเป็น Lux)
– Low- = 0 – 500
– Low = 500 – 5,000
– Low + = 5,000 – 10,000
– Nor- = 10,000 – 25,000
– Nor = 25,000 – 60,000
– Nor+ = 60,000 – 80,000
– Hgh- = 80,000 – 100,000
– Hgh = 100,000 – 120,000
– Hgh+ = 120,000 greater

ระดับความชื้น : 5 ระดับ
– Dry+: ความชื้นน้อยกว่า 5%
– Dry: มีความชื้นระหว่าง 5-10%
– NOR: มีความชื้นระหว่าง 10-20%
– WET: มีความชื้นระหว่าง 20-30%
– WET+: มีความชื้นมากกว่า 30%

Specifications:
– ช่วงค่าการวัดกรดด่าง : 3.5 – 9.0
– ความละเอียดค่ากรดด่าง : 0.5
– ช่วงค่าการวัดอุณหภูมิ : 16 – 122°F (-9 – 50°C)
– ความละเอียดค่าอุณหภูมิ : 1°F (1°C)
– คำนวณความเข้มแสง (9 ระดับ), ความชื้นในดิน (5 ระดับ), กรดด่างในดิน (12 ระดับ) และอุณหภูมิ
– ขาวัดมิเตอร์ยาว 8 นิ้ว (200 มม.)
– ปิดเครื่องอัตโนมัติภายใน 5 นาที
– แบตเตอรี่ ขนาด 9V (ไม่รวมในชุด)

อุปกรณ์ทั้งหมด:
– มิเตอร์ 4 in 1 AMT-300/ KCB-300
– คู่มือการใช้งาน

4 in 1 soil survey instrument can test moisture of soil, PH value, temperature and environment sunlight intensity using a probe with the length of 200mm. The unit can easily display various readings with oversize LCD. The unit also has low battery indication and auto power off function. It is saving time, energy, of high efficiency. The unit assure quality of flowers and grasses planting and garden virescence.

Features:

100% Brand New.
Color: Black + Yellow
Material: Plastics and stainless metal.
Ideal and necessary tool for gardeners, vegetable and fruit growers, and all those who plant trees and grass. You can take good care of your plants.
For outdoor & indoor plants, gardens & grass lawn.
Simply insert the meter into the soil, switch to the setting you want to measure and read the scale.
To avoid damaging the electrode, please clean the electrode after each use, do not use in soil with stones and insert forcibly.
Specifications:

Name 4 in 1 Soil Survey Instrument
Type AMT-300/ KCB-300
Test object Sunlight , Moisture , PH value , Temperature
Test range Sunlight(9 levels) LOW- , LOW , LOW+ , NOR- , NOR , NOR+ , HGH- , HGH , HGH+
Moisture(5 levels) DRY+ , DRY , NOR , WET , WET+
PH value(12 levels) 3.5~9.0 (Display resolution 0.5)
Temperature -9~+50 degrees C (16~122 degrees F) (Display resolution 1 degrees C/1 degrees F)
Power supply One 9V block battery (Not included)
Automatic off The unit will be automatically off after 5 minutes disabling.
Operating temperature +5 ~+40 degrees C
Size Main unit 122cm x 63cm x 36cm(Approx.)
Test probe φ5mm x 200mm(Approx.)
Weight 70.5g
Package Content:

1 x4 in1 Sunlight/Moisture/Light/PH Tester Meter

1 x User Manual

ประโยชน์ของการติดบาร์โค้ด (barcode) มาตรฐานกับตัวสินค้า

บาร์โค้ด
บาร์โค้ด

การนำบาร์โค้ดมาใช้ในธุรกิจการค้า มีประโยชน์หลายประการ ดังนี้

1. ลดขั้นตอน และประหยัดเวลาการทำงาน การซื้อขายสินค้า จะมีความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยเฉพาะการรับชำระเงิน การออกใบเสร็จ การตัดสินค้าคงคลัง

2. ง่ายต่อระบบสินค้าคงคลัง คอมพิวเตอร์ซึ่งเชื่อมกับเครื่องสแกนเนอร์ จะตัดยอดสินค้าโดยอัตโนมัติ จึงสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับการหมุนเวียนสินค้า สินค้ารายการใดจำหน่ายได้ดีหรือไม่ มีสินค้าเหลือเท่าใด

3. ยกระดับมาตรฐานสินค้า การระบุบาร์โค้ดแสดงข้อมูลสินค้าของผู้ผลิตแต่ละราย ทำให้ผู้ผลิต คำนึงถึงการปรับปรุงคุณภาพ สินค้าเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของสินค้า และสอดคล้องกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เรื่องการแสดงข้อมูลสินค้า

4. สร้างศักยภาพเชิงแข่งขันในตลาดต่างประเทศ บาร์โค้ดมาตรฐานสากลเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงสินค้าที่เชื่อถือได้ การมีเลขหมายประจำตัวสินค้า ทำให้ผู้สนใจสามารถทราบถึงแหล่งผู้ผลิต และติดต่อซื้อขายกันได้สะดวกโดยตรง รวมถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อส่งเสริมการส่งออก เพิ่มประสิทธิภาพในระบบการบริหารจัดการ ซัพพลายเชน โดยการใช้ข้อมูลจากบาร์โค้ดมาตรฐานสากล

5.เพิ่มประสิทธิภาพในระบบการบริหารจัดการ Supply Chain โดยการใช้ข้อมูลจากบาร์โค้ดมาตรฐานสากล ช่วยให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถได้รับข้อมูลทางการผลิต การค้าได้ทันที และถูกต้องแม่นยำ ทำให้สามารถตัดสินใจวางแผนบริหารงานด้านการผลิต สินค้าคงคลัง ด้านการขนส่ง การจัดซื้อ และการตลาดเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

IT06-เครื่องวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัส Benetech รุ่น GM900 Digital Infrared Thermometer -50°C~900°C ( -58°F~1652°F )

Infrared Thermometer

เครื่องวัดอุณหภูมิ แบบไม่สัมผัส BeneTech รุ่น GM900 คือเครื่องวัดอุณหภูมิแบบไม่ต้องสัมผัสกับชิ้นงานเหมาะสำหรับ วัดอุณหภูมิบริเวณพื้นที่อันตราย พื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูง พื้นที่แคบ ชิ้นงานที่ไม่ต้องการให้สัมผัสงาน ซ่อมบำรุง ที่มีพื้นที่แคบ หรือไม่สามารถติดตั้งเครื่องมือวัดได้

เครื่องวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัส (อินฟราเรด) BeneTech รุ่น GM900 มีย่านการวัดระหว่าง -50°C~900°C ( -58°F~1652°F ) มีความแม่นยำในการวัดที่ ±1.5 °C สามารถบันทึกค่า MAX, MIN, AVG, DIF ไว้ในหน่ายความจำภายใน เพิ่มความแม่นยำในการวัดด้วย Laser Pointer ทำให้แสดงตำแหน่งที่วัดได้อย่างแม่นยำ หน้าจอ LCD พร้อมกับ Back light ทำให้สามารถอ่านค่าได้แม้ในที่แสงสว่างน้อย

สามารถปรับค่า Emissivity (0.1~1.00) ตามวัตถุที่วัดเพื่อเพิ่มค่าความแม่นยำ เครื่องวัดอุณหภูมิ BeneTech รุ่น GM900 ผ่านการรับรองมาตราฐาน CE, FCC and RoHS.

Note: ค่า Emissivity (ε) หรือค่าสัมประสิทธิ์ของการแผ่รังสี เป็นค่าที่แสดงถึงความสามารถในการแผ่รังสีความร้อน ด้วยหลักการของเครื่องวัดอุณหภูมิแบบ infrarad หรือ IR

หลักการของการวัดก็คือเครื่องจะมีเซนเซอร์ตรวจจับการแผ่รังสีของพื้นผิววัตถุ แล้วแปลงค่าออกมาเป็นตัวเลขอุณหภูมิ เพราะฉนั้นเครื่องวัดอุณหภูมิแบบ IR ไม่ได้ส่งอะไรหรือยิงอะไรออกไป เลเซอร์ที่มีใช้สำหรับประมาณบริเวณที่เครื่องกำลังตรวจวัดการแผ่รังสีออกมาเท่านั้น ทีวัตถุหรือพื้นผิวแต่ละชนิดก็มีความสามารถในการแผ่รังสีต่างกันเช่น ใส่เสื้อสีดำ จะรู้สึกร้อนกว่าเสื้อสีขาว เป็นต้น

เพราะฉนั้น พื้นผิวสีดำ จะรับความร้อน หรือแผ่ความร้อนหรือรังสี IR ได้ดีกว่าพื้นผิวสีขาวทำให้ถ้าเราวัดอุณหภูมิด้วย IR ที่อุณหภูมิเดียวกัน พื้นผิวสีขาวจะให้ค่าอุณหภูมิที่วัดได้ต่ำกว่า สีดำทำให้การวัดผิดพลาด ด้วยเหตุผลดังกล่างค่า ε เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อความถูกต้อง (accuracy) ของการวัดอุณหภูมิแบบอินฟาเรด

ดังนั้นเครื่องมือวุดอุณหภูมิแบบ IR ที่ดี ควรมีการปรับค่า Emissivity ที่เครื่องได้ เพื่อที่จะสามารถนำไปวัดอุณหภูมิที่พื้นผิวได้หลายๆแบบ